Take a photo of a barcode or cover
This was a very captivating mystery. It begins with a murder that is unexplained and then a story unfolds of the characters that were in the beginning of the story. The author leads you along to starting to thread together the truth, but disrupts you by beginning a new chapter (with new Japanese names!) about another thread that is also related to the central characters (but sometimes you can't tell right away). At some point, you think that you are reading a novel about entirely different characters...especially when the thread gets thin! It also takes place in the eighties at the beginning of the personal computer, so there is a little historical reference that adds to the edginess of the book.
dark
mysterious
sad
tense
medium-paced
Plot or Character Driven:
A mix
Strong character development:
Complicated
Loveable characters:
No
Diverse cast of characters:
No
Flaws of characters a main focus:
Yes
I enjoyed the unravelling of the case over many years. But it felt quite long, there were a lot of subplots and characters that I struggled to keep track of. Started enjoying it a lot more towards the end when it started to tie together
dark
mysterious
sad
medium-paced
Who cares? This is a long complicated story unwound in chunks that jump through time.
dark
mysterious
"ชั่วชีวิตหนึ่งของฉันมันก็ไม่ต่างอะไรกับการย่ำเดินไปบนดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนหรอก" - คิริฮาระ เรียวจิ
"เธอเข้าใจใช่มั้ย ว่าฉันไม่เคยมีดวงอาทิตย์คุ้มหัวมาตั้งแต่แรกแล้วละ ฉันถึงไม่ได้หวาดกลัวว่าจะสูญเสียความสว่างนั้นไปยังไงล่ะ" - ยูกิโฮะ
พระอาทิตย์เที่ยงคืนเป็นนิยายสืบสวนของเคโงะที่ยาวมาก! ตอนแรกที่เห็นจำนวนหน้าเราคิดก่อนเลยว่าเขียนอะไรยาวขนาดนี้วะ พอได้อ่านจริงๆ ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมมันยาว มันคือเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน 20 ปี มันลากยาวเพราะไม่สามารถแก้ปัญหาที่เป็นหน่อของมันได้ ผ่านบริบทการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี วิกฤติเศรษฐกิจ การเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีอีกหลายอย่าง
หลายคนคงสงสัยเหมือนกับเราว่า "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" ที่เป็นชื่อหนังสือเล่มนี้นั้นหมายถึงอะไร ใช่พระอาทิตย์ตอนกลางคืนที่เรามองไม่เห็นหรือเปล่า หรือจะเป็นพระอาทิตย์ที่เที่ยงคืนยังส่องสว่างในประเทศขั้วโลก เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ คำตอบที่เราได้หลังอ่านจบคือไม่ใช่ทั้งสองแบบที่เราเคยคิดเอาไว้
รีวิวนี้คงมีสปอยล์แน่ๆ เราจะพูดถึงนิยายที่ยาวขนาดนี้และสร้างความอึดอัดให้เราขนาดนี้โดยที่ไม่หลุดสปอยล์มันเป็นไปไม่ได้เลย รวมถึงมีประเด็นที่อยากพูดถึง ระบายความอัดอั้น? ก็เลยต้องมีการพูดถึงเนื้อหาที่อาจจะสปอยล์ได้ แต่ก่อนอื่นของพูดถึง content warning, trigger warning ก่อนเลย
พระอาทิตย์เที่ยงคืนมีเนื้อหาเกี่ยวกับ : พฤติกรรมใคร่เด็ก, การค้าประเวณีเด็ก, การพรากผู้เยาว์, การข่มขืน, การฆ่าตัวตาย, การฆาตกรรม, gaslight, การนอกใจ ซึ่งมันจะมีประเด็นแบบนี้วนเวียนอยู่ทั้งเรื่อง มีเนื้อหาที่ค่อนข้างน่าอึดอัด ฉากเซ็กซ์ทุกฉากในเรื่องน่าอึดอัดหมด ทั้งฉากเซ็กซ์ในเด็ก ผู้ใหญ่ หรือการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นนิยายสืบสวนที่ดีเทลฆาตกรรมไม่หนักเท่าซ๊น sexual และการโจรกรรมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
ส่วนตัวแล้วอึดอัดมากกับซีนแบบนี้ ทั้งที่ก็อ่านนิยายดาร์กได้ปกติแต่ออกแนวไม่ได้เตรียมใจมาก่อนเพราะหนังสือไม่ได้เขียนคำเตือนพวกนี้เอาไว้ แอบคิดว่าเขียนไว้ก็ดีนะ มันไม่สปอยล์หรอก ใครจะเดาได้หลายร้อยหน้าขนาดนั้นได้
พระอาทิตย์เที่ยงคืนเริ่มด้วยมีเหตุฆาตกรรมเจ้าของโรงรับจำนำ เหตุเกิดที่ตึกร้างไม่ไกลจากโรงรับจำนำเท่าไร คนที่แจ้งเหตุคนแรกคือเด็กที่เข้าไปวิ่งเล่นในตึกนั้น ซาซางากิเป็นตำรวจที่ตามสืบเรื่องนี้ แต่คดีนี้เป็นคดีที่ปิดไม่ลงเพราะผู้ต้องสงสัยดันตายไปก่อน และแม้คดีจะหมดอายุความไปแล้ว ซาซางากิก็ยังตามสืบมันมา 20 ปี
ถึงแม้จะเป็นนิยายสืบสวน แต่เคโงะเลือกเล่าเรื่องแบบที่ไม่ได้โฟกัสการสืบสวนจากตำรวจมาก ยกเว้นในช่วงแรกที่มีคดีแล้วคุณตำรวจซาซางากิเป็นคนตามถามนั่นนี่จากคนที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะเล่าเป็นเรื่องราวทั่วไปแทน ไม่เกี่ยวกับการสืบเลย เริ่มตั้งแต่ "ยูกิโฮะ" ลูกสาวของผู้หญิงที่เป็นลูกค้าโรงรับจำนำ ที่ก่อนเจ้าของโรงรับจำนำจะตายเขาแวะไปที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ และ "เรียวจื" ลูกชายของเจ้าของโรงรับจำนำที่ตาย
เคโงะเลือกเล่าผ่านเรื่องราวของคนอื่นในช่วงเวลานั้นๆ ช่วงมัธยมต้น ก็เล่าเรื่องของเพื่อนคนอื่นที่มีเกี่ยวโยงกับยูกิโฮะและเรียวจิ เหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นและมีเด็กสองคนนี้ไปเกี่ยวข้อง ช่วงม.ปลายก็เลือกเล่าแบบนี้ มหาวิทยาลัย ตอนทำงาน หรือตลอดทั้งเรื่องการเล่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเยอะมาก แต่เราไม่อยากลงดีเทลเท่าไร แต่ถ้าอ่านๆ ไปจะโยงได้เอง นิยายสืบสวนมันมีจุดสังเกตตรงดีเทลที่ใส่เข้ามานี่แหละ ไม่มีอะไรที่ใส่เข้ามาโดยเปล่าประโยชน์
คนที่คนอ่านสงสัยตั้งแต่แรกว่าเป็นฆาตกรคือมันไม่ผิดหรอก เขาไม่ได้ตลบหลังเราหรือหลอกเราเลย แต่สิ่งที่เราไม่รู้เลยและเขาไม่ยอมเฉลยคือแรงบันดาจใจที่ทำให้ฆาตกรทำแบบนั้น ก็อย่างที่พูดไปว่าเคโงะเล่าแบบที่ไม่เผยความคิด จิตใจของคนที่คุณสงสัยมากนัก ถ้าเป็นตัวละครตัวอื่นยังมีรู้ว่าคิดนั่นคิดนี่ แต่คนที่คุณสงสัยเราต้องสังเกตเอาจากการกระทำของเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คำบอกเล่าของคนอื่น จนกระทั่งถึงตอนจบ ซึ่งทำเราเศร้ามากTT
น่าจะต้องสปอยล์แบบจัดเต็ม ณ ตอนนี้ ถ้าใครไม่อยากโดนสปอยล์ก็อย่าอ่านตรงนี้ หนีไป! จากที่เคยอ่านงานเคโงะมา 3 เล่ม รวมเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ 4 รู้สึกว่าจบสมกับเป็นงานเคโงะ มันเป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อย ๆ ไม่น่าเบื่อ แต่ช่วงท้ายๆ เราอ่านแบบที่ต้องวางมือตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเองไว้ เพราะมันเป็นตอนที่คุณซาซางากิเล่าเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดให้เราเห็นภาพ รู้สึกสังเวชมาก เราด่ายูกิโฮะมาทั้งเรื่อง ไม่เข้าใจการกระทำของเรียวจิมาทั้งเรื่อง แต่ตอนที่ทั้งสองคนนี้พูดเรื่อง "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" มันแม่งเป็นครั้งแรกที่รู้สึกเห็นใจทั้งสองคน สิ่งที่เศร้ามากๆ คือเคโงะไม่เคยเล่าสิ่งที่อยู่ในหัวของพวกเขาเลยจนถึงหน้าสุดท้าย ในแง่หนึ่งมันการรู้สิ่งที่อยู่ในหัว ความรู้สึกของพวกเขาอาจจะทำให้เราเศร้ามากกว่านี้ แต่ก็ยังคงเศร้ามากๆ ที่ความรู้สึกนั้นเขาไม่ได้แบ่งปันมันมาให้คนอ่านรับรู้ด้วย เราปิดหนังสือด้วยความสงสัยว่าเด็กพวกนี้จะคุยอะไรกันนะ พวกแกรักกันใช่ไหม นั่นคือการแสดงความรักของพวกแกหรือเปล่า ไม่งั้นพวกแกก็อาจจะเป็นเพื่อนคนสำคัญที่ขาดกันไม่ได้ จนไปถึงจะมีใครแชร์ความเศร้ากับพวกแกด้วยมั้ย แต่ใครจะรู้
ยูกิโฮะกับเรียวจิแม่งเลว นั่นเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ก็อดรู้สึกสังเวชใจไม่ได้ เหมือนที่ซาซางากิคิดว่าถ้าเขารู้เรื่องเร็วกว่านี้ ไอ้ what if ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนแม่งก็เศร้า เพราะเราไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้เลย เราด่าตัวละครฉิบหาย ทั้งเรื่องหลอกเพื่อนขายบริการให้เหล่าแม่บ้านในตอนมัธยม ทำทุกอย่างเพื่อหาเงิน วางแผนให้เพื่อนโดนฉุด ข่มขืนเด็กหญิง gaslight คู่ชีวิตตัวเอง พฤติกรรม gaslight ของยูกิโฮะแม่งอธิบายนิยามคำศัพท์คำนี้ได้ดีสัสๆ หลอกใช้คนอื่นปั่นหัวคนอื่นได้อย่างหน้าตาเฉย
เหมือนอย่างที่ซาซางากิบอกว่า "ผู้หญิงคนนั้นมันเป็นผีห่าซาตาน" ไม่ใช่คน ใช่ ไอ้คำๆ คำนี้เลย แล้วใครเล่าสร้างผีห่าซาตานตัวนี้ขึ้นมา ที่ตัวละครเลือกใช้การฉุด การข่มขืนในเรื่องมันมีที่มาหมดเลย คุณตำรวจบอกอีกแล้วนั่นแหละว่า เพราะเขาเข้าใจว่ามันคือ "การพรากจิตวิญญาณ" ไปจากเจ้าของที่ได้ผลที่สุด
เป็นนิยายสืบสวนที่มีใช้การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีมาผูกโยงเรื่องราว เหมือนเคโงะเป็นแล้วทุกอาชีพ ศึกษาข้อมูลอย่างหนักเพื่อเขียนเล่มนี้ขึ้นมา ใส่ปัญหาทางสังคมเข้ามา ทั้งเรื่องการข่มขืน การค้าประเวณีเด็ก และปัญหาใหญ่ที่ไม่ได้เขียนเน้นแต่ก็เป็นปัญหา คือปัญหาคว่ามยากจน ถ้าหากครอบครัวของยูกิโฮะไม่จน ถ้าหากพ่อของเรียวจิเป็นคนดีกว่านี้สักนิด เด็กทั้งสองคงได้ใช้ชีวิตใต้ดวงอาทิตย์จริงๆ เป็นเพื่อนกันและเติบโตขึ้นมาอย่างไม่บิดเบี้ยว
ผู้ใหญ่ควรจะปกป้องเด็กๆ ให้ดีกว่านี้ เฮ้อ
ยูกิโฮะเข้มแข็งจนน่ากลัว แต่เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขาทำได้ยังไง ในตอนจบของเรื่องแม่ง... มันมีตอนนึงที่ยูกิโฮะพูดกับพนักงานร้านเสื้อผ้าของตัวเองว่าเธอใช้ชีวิตในอนธกาล เหนือศีรษะไม่เคยมีดวงอาทิตย์ แต่ก็ไม่ได้มืดมนขนาดนั้นเพราะมีอย่างอื่นแทนดวงอาทิตย์ ที่ใช่ชีวิตในยามราตรีได้เพราะว่าอาศัยความสว่างจากสิ่งนั้น อืม นี่อาจจะเป็นความหมายของพระอาทิตย์เที่ยงคืน และหากคุณอ่านมาถึงตอนจบคุณก็คงรู้ว่ายูกิโฮะได้สูญเสียสิ่งที่่ทำให้เธอใช้ชีวิตในราตรีได้ การจบแบบนี้มันอิมแพ็คยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ตัวแทนของพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างยามค่ำคืนให้กับเธอได้หายไปแล้ว และจากนี้ไปชีวิตของเธอคงอยู่ในราตรีอันมืดมนตลอดไป
เฉลยอาจจะอยู่ในหน้าปกพิมพ์ครั้งล่าสุดของสำนักพิมพ์ไดฟุกุ คนบรีฟปกคืออ่านจบแล้วแน่ๆ เลือกหยิบมาได้ดี ถูกจุด ตรงกับที่เราตีความหลังอ่านจบ
สุดท้ายแล้วเป็นหนังสือที่ถ้าไหวกับ trigger warning ก็ลองอ่านดูก็ได้ ศึกษาวิธีเล่าเรื่องอีกแบบของเคโงะ
"เธอเข้าใจใช่มั้ย ว่าฉันไม่เคยมีดวงอาทิตย์คุ้มหัวมาตั้งแต่แรกแล้วละ ฉันถึงไม่ได้หวาดกลัวว่าจะสูญเสียความสว่างนั้นไปยังไงล่ะ" - ยูกิโฮะ
พระอาทิตย์เที่ยงคืนเป็นนิยายสืบสวนของเคโงะที่ยาวมาก! ตอนแรกที่เห็นจำนวนหน้าเราคิดก่อนเลยว่าเขียนอะไรยาวขนาดนี้วะ พอได้อ่านจริงๆ ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมมันยาว มันคือเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน 20 ปี มันลากยาวเพราะไม่สามารถแก้ปัญหาที่เป็นหน่อของมันได้ ผ่านบริบทการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี วิกฤติเศรษฐกิจ การเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีอีกหลายอย่าง
หลายคนคงสงสัยเหมือนกับเราว่า "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" ที่เป็นชื่อหนังสือเล่มนี้นั้นหมายถึงอะไร ใช่พระอาทิตย์ตอนกลางคืนที่เรามองไม่เห็นหรือเปล่า หรือจะเป็นพระอาทิตย์ที่เที่ยงคืนยังส่องสว่างในประเทศขั้วโลก เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ คำตอบที่เราได้หลังอ่านจบคือไม่ใช่ทั้งสองแบบที่เราเคยคิดเอาไว้
รีวิวนี้คงมีสปอยล์แน่ๆ เราจะพูดถึงนิยายที่ยาวขนาดนี้และสร้างความอึดอัดให้เราขนาดนี้โดยที่ไม่หลุดสปอยล์มันเป็นไปไม่ได้เลย รวมถึงมีประเด็นที่อยากพูดถึง ระบายความอัดอั้น? ก็เลยต้องมีการพูดถึงเนื้อหาที่อาจจะสปอยล์ได้ แต่ก่อนอื่นของพูดถึง content warning, trigger warning ก่อนเลย
พระอาทิตย์เที่ยงคืนมีเนื้อหาเกี่ยวกับ : พฤติกรรมใคร่เด็ก, การค้าประเวณีเด็ก, การพรากผู้เยาว์, การข่มขืน, การฆ่าตัวตาย, การฆาตกรรม, gaslight, การนอกใจ ซึ่งมันจะมีประเด็นแบบนี้วนเวียนอยู่ทั้งเรื่อง มีเนื้อหาที่ค่อนข้างน่าอึดอัด ฉากเซ็กซ์ทุกฉากในเรื่องน่าอึดอัดหมด ทั้งฉากเซ็กซ์ในเด็ก ผู้ใหญ่ หรือการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นนิยายสืบสวนที่ดีเทลฆาตกรรมไม่หนักเท่าซ๊น sexual และการโจรกรรมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
ส่วนตัวแล้วอึดอัดมากกับซีนแบบนี้ ทั้งที่ก็อ่านนิยายดาร์กได้ปกติแต่ออกแนวไม่ได้เตรียมใจมาก่อนเพราะหนังสือไม่ได้เขียนคำเตือนพวกนี้เอาไว้ แอบคิดว่าเขียนไว้ก็ดีนะ มันไม่สปอยล์หรอก ใครจะเดาได้หลายร้อยหน้าขนาดนั้นได้
พระอาทิตย์เที่ยงคืนเริ่มด้วยมีเหตุฆาตกรรมเจ้าของโรงรับจำนำ เหตุเกิดที่ตึกร้างไม่ไกลจากโรงรับจำนำเท่าไร คนที่แจ้งเหตุคนแรกคือเด็กที่เข้าไปวิ่งเล่นในตึกนั้น ซาซางากิเป็นตำรวจที่ตามสืบเรื่องนี้ แต่คดีนี้เป็นคดีที่ปิดไม่ลงเพราะผู้ต้องสงสัยดันตายไปก่อน และแม้คดีจะหมดอายุความไปแล้ว ซาซางากิก็ยังตามสืบมันมา 20 ปี
ถึงแม้จะเป็นนิยายสืบสวน แต่เคโงะเลือกเล่าเรื่องแบบที่ไม่ได้โฟกัสการสืบสวนจากตำรวจมาก ยกเว้นในช่วงแรกที่มีคดีแล้วคุณตำรวจซาซางากิเป็นคนตามถามนั่นนี่จากคนที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะเล่าเป็นเรื่องราวทั่วไปแทน ไม่เกี่ยวกับการสืบเลย เริ่มตั้งแต่ "ยูกิโฮะ" ลูกสาวของผู้หญิงที่เป็นลูกค้าโรงรับจำนำ ที่ก่อนเจ้าของโรงรับจำนำจะตายเขาแวะไปที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ และ "เรียวจื" ลูกชายของเจ้าของโรงรับจำนำที่ตาย
เคโงะเลือกเล่าผ่านเรื่องราวของคนอื่นในช่วงเวลานั้นๆ ช่วงมัธยมต้น ก็เล่าเรื่องของเพื่อนคนอื่นที่มีเกี่ยวโยงกับยูกิโฮะและเรียวจิ เหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นและมีเด็กสองคนนี้ไปเกี่ยวข้อง ช่วงม.ปลายก็เลือกเล่าแบบนี้ มหาวิทยาลัย ตอนทำงาน หรือตลอดทั้งเรื่องการเล่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเยอะมาก แต่เราไม่อยากลงดีเทลเท่าไร แต่ถ้าอ่านๆ ไปจะโยงได้เอง นิยายสืบสวนมันมีจุดสังเกตตรงดีเทลที่ใส่เข้ามานี่แหละ ไม่มีอะไรที่ใส่เข้ามาโดยเปล่าประโยชน์
คนที่คนอ่านสงสัยตั้งแต่แรกว่าเป็นฆาตกรคือมันไม่ผิดหรอก เขาไม่ได้ตลบหลังเราหรือหลอกเราเลย แต่สิ่งที่เราไม่รู้เลยและเขาไม่ยอมเฉลยคือแรงบันดาจใจที่ทำให้ฆาตกรทำแบบนั้น ก็อย่างที่พูดไปว่าเคโงะเล่าแบบที่ไม่เผยความคิด จิตใจของคนที่คุณสงสัยมากนัก ถ้าเป็นตัวละครตัวอื่นยังมีรู้ว่าคิดนั่นคิดนี่ แต่คนที่คุณสงสัยเราต้องสังเกตเอาจากการกระทำของเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คำบอกเล่าของคนอื่น จนกระทั่งถึงตอนจบ ซึ่งทำเราเศร้ามากTT
น่าจะต้องสปอยล์แบบจัดเต็ม ณ ตอนนี้ ถ้าใครไม่อยากโดนสปอยล์ก็อย่าอ่านตรงนี้ หนีไป! จากที่เคยอ่านงานเคโงะมา 3 เล่ม รวมเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ 4 รู้สึกว่าจบสมกับเป็นงานเคโงะ มันเป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อย ๆ ไม่น่าเบื่อ แต่ช่วงท้ายๆ เราอ่านแบบที่ต้องวางมือตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเองไว้ เพราะมันเป็นตอนที่คุณซาซางากิเล่าเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดให้เราเห็นภาพ รู้สึกสังเวชมาก เราด่ายูกิโฮะมาทั้งเรื่อง ไม่เข้าใจการกระทำของเรียวจิมาทั้งเรื่อง แต่ตอนที่ทั้งสองคนนี้พูดเรื่อง "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" มันแม่งเป็นครั้งแรกที่รู้สึกเห็นใจทั้งสองคน สิ่งที่เศร้ามากๆ คือเคโงะไม่เคยเล่าสิ่งที่อยู่ในหัวของพวกเขาเลยจนถึงหน้าสุดท้าย ในแง่หนึ่งมันการรู้สิ่งที่อยู่ในหัว ความรู้สึกของพวกเขาอาจจะทำให้เราเศร้ามากกว่านี้ แต่ก็ยังคงเศร้ามากๆ ที่ความรู้สึกนั้นเขาไม่ได้แบ่งปันมันมาให้คนอ่านรับรู้ด้วย เราปิดหนังสือด้วยความสงสัยว่าเด็กพวกนี้จะคุยอะไรกันนะ พวกแกรักกันใช่ไหม นั่นคือการแสดงความรักของพวกแกหรือเปล่า ไม่งั้นพวกแกก็อาจจะเป็นเพื่อนคนสำคัญที่ขาดกันไม่ได้ จนไปถึงจะมีใครแชร์ความเศร้ากับพวกแกด้วยมั้ย แต่ใครจะรู้
ยูกิโฮะกับเรียวจิแม่งเลว นั่นเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ก็อดรู้สึกสังเวชใจไม่ได้ เหมือนที่ซาซางากิคิดว่าถ้าเขารู้เรื่องเร็วกว่านี้ ไอ้ what if ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนแม่งก็เศร้า เพราะเราไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้เลย เราด่าตัวละครฉิบหาย ทั้งเรื่องหลอกเพื่อนขายบริการให้เหล่าแม่บ้านในตอนมัธยม ทำทุกอย่างเพื่อหาเงิน วางแผนให้เพื่อนโดนฉุด ข่มขืนเด็กหญิง gaslight คู่ชีวิตตัวเอง พฤติกรรม gaslight ของยูกิโฮะแม่งอธิบายนิยามคำศัพท์คำนี้ได้ดีสัสๆ หลอกใช้คนอื่นปั่นหัวคนอื่นได้อย่างหน้าตาเฉย
เหมือนอย่างที่ซาซางากิบอกว่า "ผู้หญิงคนนั้นมันเป็นผีห่าซาตาน" ไม่ใช่คน ใช่ ไอ้คำๆ คำนี้เลย แล้วใครเล่าสร้างผีห่าซาตานตัวนี้ขึ้นมา ที่ตัวละครเลือกใช้การฉุด การข่มขืนในเรื่องมันมีที่มาหมดเลย คุณตำรวจบอกอีกแล้วนั่นแหละว่า เพราะเขาเข้าใจว่ามันคือ "การพรากจิตวิญญาณ" ไปจากเจ้าของที่ได้ผลที่สุด
เป็นนิยายสืบสวนที่มีใช้การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีมาผูกโยงเรื่องราว เหมือนเคโงะเป็นแล้วทุกอาชีพ ศึกษาข้อมูลอย่างหนักเพื่อเขียนเล่มนี้ขึ้นมา ใส่ปัญหาทางสังคมเข้ามา ทั้งเรื่องการข่มขืน การค้าประเวณีเด็ก และปัญหาใหญ่ที่ไม่ได้เขียนเน้นแต่ก็เป็นปัญหา คือปัญหาคว่ามยากจน ถ้าหากครอบครัวของยูกิโฮะไม่จน ถ้าหากพ่อของเรียวจิเป็นคนดีกว่านี้สักนิด เด็กทั้งสองคงได้ใช้ชีวิตใต้ดวงอาทิตย์จริงๆ เป็นเพื่อนกันและเติบโตขึ้นมาอย่างไม่บิดเบี้ยว
ผู้ใหญ่ควรจะปกป้องเด็กๆ ให้ดีกว่านี้ เฮ้อ
ยูกิโฮะเข้มแข็งจนน่ากลัว แต่เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขาทำได้ยังไง ในตอนจบของเรื่องแม่ง... มันมีตอนนึงที่ยูกิโฮะพูดกับพนักงานร้านเสื้อผ้าของตัวเองว่าเธอใช้ชีวิตในอนธกาล เหนือศีรษะไม่เคยมีดวงอาทิตย์ แต่ก็ไม่ได้มืดมนขนาดนั้นเพราะมีอย่างอื่นแทนดวงอาทิตย์ ที่ใช่ชีวิตในยามราตรีได้เพราะว่าอาศัยความสว่างจากสิ่งนั้น อืม นี่อาจจะเป็นความหมายของพระอาทิตย์เที่ยงคืน และหากคุณอ่านมาถึงตอนจบคุณก็คงรู้ว่ายูกิโฮะได้สูญเสียสิ่งที่่ทำให้เธอใช้ชีวิตในราตรีได้ การจบแบบนี้มันอิมแพ็คยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ตัวแทนของพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างยามค่ำคืนให้กับเธอได้หายไปแล้ว และจากนี้ไปชีวิตของเธอคงอยู่ในราตรีอันมืดมนตลอดไป
เฉลยอาจจะอยู่ในหน้าปกพิมพ์ครั้งล่าสุดของสำนักพิมพ์ไดฟุกุ คนบรีฟปกคืออ่านจบแล้วแน่ๆ เลือกหยิบมาได้ดี ถูกจุด ตรงกับที่เราตีความหลังอ่านจบ
สุดท้ายแล้วเป็นหนังสือที่ถ้าไหวกับ trigger warning ก็ลองอ่านดูก็ได้ ศึกษาวิธีเล่าเรื่องอีกแบบของเคโงะ
dark
mysterious
sad
tense
medium-paced
Plot or Character Driven:
A mix
Strong character development:
Complicated
Loveable characters:
No
Diverse cast of characters:
No
Flaws of characters a main focus:
Yes
dark
sad
slow-paced
Loveable characters:
No
I love Keigo Higashino but I hated this book, and not because it was too dark. The device of telling the story of the main characters through side characters was an interesting idea, but it also meant new characters were introduced up until literally the very end, dozens of random, flat, disposable characters with dropped side plots coming and going with no rhyme or reason.
I was also absolutely unable to suspend disbelief in any way thatchildren committed a series of unsolvable murders in such a perfect and calculated way or that they kept killing people in Yukiho's way for TWENTY YEARS and no one ever caught on except for one "obsessive" cop. Give me a break. I would have been less disappointed if the whole book had been a dream, it's the only thing that would make any sense whatsoever.
I admire the ambition of this book and the creativity through which he tried to tell it, but that's about it. It was a rare Higashino flop that I am shocked I even finished.
I was also absolutely unable to suspend disbelief in any way that
I admire the ambition of this book and the creativity through which he tried to tell it, but that's about it. It was a rare Higashino flop that I am shocked I even finished.
Graphic: Child abuse, Rape, Kidnapping